วันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2559

Parking Canopy DIY

DIY ขวดน้ำพลาสติก ให้เป็นหลังคาคุมรถ !!!



   เป็นการประยุกต์ใช้ขวดน้ำพลาสติก : ที่เราใช้แล้วนำมาทำเป็นหลังคาโรงจอดรถได้นั่นเอง
ซึ่งถือเป็นการ จัดสรร ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยการนำสิ่งของที่เราเหลือใช้มาทำเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกนั่นเอง

อุปกรณ์

1.ขวดน้ำพลาสติก

2.ด้าย กาว

3.เข็ม

4.โครงสร้างตามที่ออกแบบ

5.สี


ขั้นตอนการทำงาน

1.นำฝาก้นขวดพลาสติกมาตัดให้เป็นรูปคล้ายๆดอกไม้ แล้วจึงทาสี

2.นำเข็ม และด้ายมา ล้อยผ่านขวดพลาสติก โดยต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก

3.นำทุกๆขวดมาผูกติดกัน แล้วออกแบบว่าอยากจะได้แบบไหน

4.นำขวดที่ผูกติดกันมา ผูกกับเสาที่เป็นโครงสร้างที่เราออกแบบไว้ เป็นอันเสร็จเรียบร้อย



 เพียงเท่านั้นคุณก็จะได้หลังคาคุมโรงรถแบบที่หลายๆคน
ไม่มี เป็นการประดิษฐ์ DIY จากของที่หลายๆคนไม่เห็นคุณค่า
ของมัน แต่คุณเพียงแค่มีความคิด แล้วคุณจะสามารถสร้างสรรค์ สิ่งต่างๆแม้จะมาจากของที่หลายๆคนไม่ค่อยจะ
เห็นคุณค่ากันมากนักจากลายเป็นของที่ มันคุณค่า ทางด้านต่างๆ รวมทั้งจิตใจของคุณ จาก พลาสติก


















DIY





วันพุธที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2559




สำหรับคนทั่วไปที่ไม่ได้ศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์อย่างลึกซึ้ง ยังคงมีความลับของผลงานศิลปะและสถาปัตยกรรมที่มีชื่อเสียระดับโลกที่หลายคนยังไม่เคยรู้มาก่อน นี่คือข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับเรื่องลับๆ ที่เราอาจประหลาดใจเมื่อได้รู้ความจริงดังต่อไปนี้

1.ห้องพักบนยอดหอไอเฟล


กุสตาฟ ไอเฟล : ผู้ออกแบบสิ่งก่อสร้างสัญลักษณ์ของประเทศฝรั่งเศส ได้ออกแบบห้องพักที่มี 2 ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัวและห้องรับแขก ที่ครั้งหนึ่งเคยต้อนรับโธมัส เอดิสัน นักวิทยาศาสตร์คนดังมาแล้ว

2.โซ่ตรวนบนอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ


ของขวัญที่ชาวฝรั่งเศสมอบให้แก่ชาวอเมริกัน ในวันที่อเมริกาเฉลิมฉลองวันชาติครบ 100 ปี อันเป็นสัญลักษณ์ของอิสรภาพ ประชาธิปไตย และการเลิกทาส จึงมีโซ่ตรวนที่ขาดอยู่บริเวณเท้าของรูปปั้นที่หลายคนอาจไม่เคยสังเกตเห็น

3.ภาพวาดโมนาลิซ่าภาพที่ 2


ภาพวาดโมนาลิซ่าภาพที่ 2 : ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงภาพวาดที่ศิลปินอื่นๆ นำมาทำซ้ำ แต่เป็นภาพวาดโมนาลิซ่าอีกภาพหนึ่งที่เชื่อว่าดาวินชีเป็นผู้วาดภาพตัวเขาเอง ซึ่งจะมีมุมมองแตกต่างไปจากภาพแรกเล็กน้อย ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าอาจจะวาดไว้ก่อนภาพวาดที่เป็นผลงานชิ้นเอกของเขาด้วยซ้ำ

4.ห้องลับใต้ภูเขารัชมอร์



กัตซอน บอร์กลัม สถาปนิกผู้สร้างต้องการให้มีหอพงศาวดารภายในหน้าผาแห่งนี้ ซึ่งอยู่ด้านหลังของใบหน้าอับราฮัม ลินคอล์น ทว่าเขามาเสียชีวิตเสียก่อนที่ความตั้งใจของเขาจะสัมฤทธิ์ผล จึงมีห้องที่ยังไม่เสร็จเก็บเอกสารสำคัญเกี่ยวกับอดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเอาไว้

5.สฟิงซ์แห่งกีซ่าแบบดั้งเดิม


รูปปั้นเก่าแก่ที่สุดในโลกนี้เดิมถูกตกแต่งด้วยสีสันสดใส ซึ่งปัจจุบันหลงเหลือหลักฐานเล็กน้อยบริเวณหลังหูด้านหนึ่ง ส่วนจมูกและเครา ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าสฟิงซ์มีต้นแบบจากหัวสิงโตที่มีใบหน้าของมนุษย์ ลำตัวใหญ่โตแต่ส่วนหัวมีขนาดเล็ก

6.ผู้สร้างหอเอนเมืองปิซ่าที่แท้จริง


หอคอยที่มีชื่อเสียงนี้มีความลับมากมายที่หลายคนสนใจแต่ไม่มีใครรู้ว่าใครกันแน่คือผู้สร้างหอระฆังสำหรับมหาวิหารปิซ่าที่แท้จริง เพราะหอเอนนี้ใช้เวลาสร้างยาวนานเกือบ 200 ปีกว่าจะแล้วเสร็จ ส่วนคนอื่นๆ ที่มีชื่อบันทึกอยู่ก็เป็นเพียงผู้ที่สานต่องานเท่านั้น

7.สโตนเฮนจ์


เป็นกลุ่มแท่งหินขนาดใหญ่ ตั้งอยู่กลางทุ่งราบว้างใหญ่ในบริเวณที่เรียกว่า ที่ราบซัลลิสเบอร์รี่ ในบริเวณตอนใต้ของอังกฤษ ประกอบไปด้วยแท่งหินขนาดยักษ์ 112 ก้อน ตั้งเรียงกันเป็นวงกลมซ้อนกัน 3 วง แท่งหินบางอันตั้งขึ้น บางอันอยู่ในแนวนอน และบางอันก็ถูกวางซ้อนขึ้นไปข้างบน

8.ชื่อของหอนาฬิกาสัญลักษณ์ของอังกฤษ


หลายคนอาจเรียกหอนาฬิกาแห่งนี้ว่า "บิ๊กเบน" แต่อันที่จริงแล้วมันเป็นเพียงชื่อของระฆังขนาดใหญ่ที่อยู่ภายในนั้น จนเมื่อเดือนกันยายนปี 2012 มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า "หอนาฬิกาพระราชวังเวสต์มินสเตอร์" จนกระทั่งล่าสุดมีชื่ออย่างเป็นทางการอีกว่า "หอนาฬิกาเอลิซาเบธ"

9.สีของสะพานโกลเดนเกท


แรกเริ่มเดิมทีกองทัพเรือของสหรัฐต้องการสร้างสะพานให้มีสีดำสลับเหลืองเพื่อให้สามารถมองเห็นได้เวลามีหมอกปกคลุม ทว่าเออร์วิง มอร์โรว์ สถาปนิกผู้สร้างสะพานเห็นว่าควรสร้างให้มีสีส้มเข้ม เพื่อให้สามารถมองเห็นได้ในทุกสภาพอากาศ

10.สีท้องฟ้าในภาพวาดเดอะ สกรีม


ภาพวาดของเอ็ดวาร์ด มันช์ เดิมทีมีชื่อว่า เดอะ สกรีม ออฟ เนเจอร์ พร้อมบรรยายด้วยข้อความว่า "ทันใดนั้นท้องฟ้าก็เป็นสีแดงเลือด ฉันหยุดยืน รู้สึกเหนื่อยล้าจนต้องยืนเอาหลังพิงรั้ว มองเห็นเปลวไฟและสีเลือดทาทั่วท้องฟ้าดำทะมึนและเมือง..." ซึ่งในปี 2003 นักดาราศาสตร์ก็วิเคราะห์ว่า สีท้องฟ้าในภาพนั้นน่าจะเกิดจากการระเบิดครั้งใหญ่ของภูเขาไฟกรากาตัวเมื่อปี 1883

Video




แหล่งที่มา : http://www.tsood.com/content/152709/


วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ในหลวงในดวงใจตามโครงการพระราชดำริ

โครงการ

พัฒนาป่าไม้อันเนื่องมาจากพระราชดำริสวนป่าสิริกิติ์ที่ 11 









ความเป็นมาของโครงการ :
เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ 2540 สมเด็จพระนางเจา ฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จเยี่ยมราษฎรที่โรงเรียนบานขุนแปะ ตําบลบานแปะ อําเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม ไดมีราษฎรจากตําบลดอยแกว อําเภอจอมทอง ไปเขาเฝาและขอพระราชทานความชวย เนื่องจากไมมีงานทําหลังจากเลิกเสพยาเสพติด พระองคมีพระราชเสาวนียใหนายสหัส บุญญาวิวัฒน ผูชวยเลขาธิการพระราชวัง ฝายกิจกรรมพิเศษและคณะ ใหดําเนินการจัดตั้งฟารมตัวอยางบานขุนแตะขึ้น และใหจัดจางแรงงานราษฎรยากจน




:: วัตถุประสงค์ ::

1. เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ตามแนวพระราชดำริโดยให้คนอยู่ร่วมกับป่าได้ โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรป่าไม้

2. เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าไปดำเนินงานพัฒนาได้อย่างมีระบบและอยู่ในขอบเขตการพัฒนาป่าไม้อย่างยั่งยืน

3. เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าให้เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สมบูรณ์และเอื้ออำนวยประโยชน์แก่ชุมชนอย่าง ถาวรและยั่งยืน

4. เพื่อวางแผนการพัฒนาการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ป่าไม้โดยไม่ให้เกิดผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม

5. เพื่อ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนที่อาศัยในชุมชนในเขตลุ่มน้ำแม่แจ่มให้ดีขึ้น



:: เป้าหมาย ::

1. ขยายผลการดำเนินงานในรูปแบบของการประสานงานให้หน่วยราชการต่างๆ เข้าไปร่วมพัฒนาพื้นที่ป่าไม้ และให้ชุมชนที่อยู่ในป่ามีส่วนร่วมในการพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ออกไปครอบคลุมพื้นที่ลุ่มน้ำแม่แจ่มและลุ่มน้ำอื่น ๆ ต่อไป

2.สนองพระราชดำริ เรื่อง ป่ารักน้ำของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ให้สามารถเป็นจริงได้ในพื้นที่ลุ่มน้ำทั่วประเทศ

3. ปรับปรุงคุณภาพชีวิตของราษฏรในพื้นที่ป่าไม้ให้สามารถดำรงชีพอยู่ได้ตามควรแก่อัตตภาพ โดยมีส่วนร่วมในการพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ร่วมกัน


ประโยชนที่ราษฎรไดรับ :

 1. ราษฎรมีรายไดเพิ่มจากการรับจางแรงงานภายในโครงการฟารมตัวอยาง 
2. ไดรับความรูทางการเกษตรและปศุสัตวอยางถูกหลักวิชาการ สามารถนําไปประยุกตใชกับการประกอบอาชีพของตนเอง


3. มีแหลงอาหารราคาถูกและปลอดสารพิษบริโภค 
 4. มีแหลงน้ำสําหรับบริโภคและทําการเกษตรอยางเพียงพอ







โครงการพระราชดำริ






วันพุธที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

การสื่อสารข้อมูลสำหรับเครือข่ายคอมพิวเตอร์



การสื่อสารข้อมูลสำหรับเครือข่ายคอมพิวเตอร์



ระบบการสื่อสารสำหรับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ 

หมายถึง การถ่ายโอนข้อมูลโดยการแลกเปลี่ยนจากต้นทางและปลายทาง โดยผ่านอุปกรณ์
การสื่อสารซึ่งเป็นตัวกลางในการถ่ายโอนข้อมูล และควบคุมการไหลของข้อมูล

องค์ประกอบของเครือข่ายคอมพิวเตอร์



1.ข่าวสาร (Message)

ข้อมูลต่างๆที่เราต้องการส่ง เป็นรูปแบบต่างๆ
เช่น ภาพ วีดีโอ ตัวอักษร เป็นต้น












2.ผู้ส่งหรืออุปกรณ์ส่งข้อมูล (Sender)

การที่เราจะส่งข้อความได้ต้องมีผู้ส่ง
และอุปกรณ์ที่เราจะต้องการส่งข้อความ











3.สื่อหรือตัวกลาง (Media)

เป็นสื่อหรือช่องทางในการนำข่าวสาร หรือข้อมูล
ไปส่งที่ปลายทาง





4.ผู้รับหรืออุปกรณ์รับข้อมูล (Receiver)

การต้องการรับข้อมูลจำเป็นอย่างยิ่งที่
ต้องมีตัวรับข้อมูลต่างๆ











สื่อหรือตัวกลางของระบบสื่อสารข้อมูลสำหรับคอมพิวเตอร์

1.สื่อหรือตัวกลางประเภทมีสาย





1.1 สายคู่บิดเกลียว (twisted pair) มี 2 ชนิด คือ

– สายคู่บิดเกลียวไม่มีฉนวนหุ้ม
– สายคู่บิดเกลียวมีฉนวนหุ้ม 










1.2 สายโคแอกเชียล (Coaxial Cable) 

เป็นสื่อกลางที่มีส่วนของสายส่งข้อมูล
เป็นลวดทองแดงอยู่ตรงกลาง หุ้มด้วยพลาสติก ส่วนชั้นนอกหุ้มด้วยโลหะ
หรือฟอยล์ถักเป็นร่างแหเพื่อป้องกันสัญญาณรบกวน







1.3 สายใยแก้วนำแสง (Fiber-optic cable) 

เป็นสื่อกลางที่ใช้ส่งข้อมูล ในรูปแบบของแสง







2.สื่อหรือตัวกลางประเภทไร้สาย



2.1 คลื่นไมโครเวฟ (Microwave) 

เป็นสื่อกลางในการสื่อสารที่มีความเร็วสูง
ส่งข้อมูลโดยอาศัยสัญญาณไมโครเวฟซึ่งเป็นสัญญาณคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
เหมาะกับการส่งข้อมูลในพื้นที่ห่างไกลกันมากๆ หรือพื้นที่ทุรกันดาร








2.2 ดาวเทียม (Satellite) 

ในการส่งสัญญาณดาวเทียมนั้น จะต้องมีสถานี
ภาคพื้นดินคอยทำหน้าที่รับและส่งสัญญาณขึ้นไปบนดาวเทียม




2.3 แอคเซสพอยต์ (Access Point)

หรือ WAP หรือเรียกสั้นๆว่า AP คือ อุปกรณ์ในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ที่ช่วยให้อุปกรณ์ไร้สายสามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายแบบมีสายได้โดยการใช้เทคโนโลยีของแลนไร้สาย หรือ มาตรฐานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง AP มักจะเชื่อมต่อกับเราต์เตอร์ด้วยสายเคเบิล (ผ่านเครือข่าย แบบมีสาย) ซึ่งอาจเป็นอุปกรณ์ แยกต่างหาก หรือเป็นส่วนหนึ่งของเราต์เตอร์นั้น








การสื่อสาร








แหล่งที่มา :

http://www.xn--12co9drbac8a9as5aiidh8isei1npa.com/content/index.php?page=content&type=view&cat=17&id=198

http://www.ldd.go.th/web_kingproject/Project_019.htm





วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เซนต์โยเซฟนครสวรรค์

โครงการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง


เศรษฐกิจพอเพียง :  เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระราชดำริชี้แนะแนวทาง การดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดนานกว่า ๒๕ ปี ตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ และเมื่อภายหลังได้ทรงเน้นย้ำแนวทางการแก้ไขเพื่อให้รอดพ้น และสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์และความ เปลี่ยนแปลงต่างๆ
และ เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดำเนินไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์ ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควร 

ความหมายของเศรษฐกิจพอเพียง จึงประกอบด้วยคุณสมบัติ ดังนี้ 
๑. ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไป โดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่น การผลิตและการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ 
๒. ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้นๆ อย่างรอบคอบ 
๓. ภูมิคุ้มกัน หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น โดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่างๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต

โดยมี เงื่อนไข ของการตัดสินใจและดำเนินกิจกรรมต่างๆ ให้อยู่ในระดับพอเพียง ๒ ประการ  ดังนี้ 
๑. เงื่อนไขความรู้ ประกอบด้วย ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องรอบด้าน ความรอบคอบที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผนและความระมัดระวังในการปฏิบัติ 
๒. เงื่อนไขคุณธรรม ที่จะต้องเสริมสร้าง ประกอบด้วย มีความตระหนักใน คุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต