วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ในหลวงในดวงใจตามโครงการพระราชดำริ

โครงการ

พัฒนาป่าไม้อันเนื่องมาจากพระราชดำริสวนป่าสิริกิติ์ที่ 11 









ความเป็นมาของโครงการ :
เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ 2540 สมเด็จพระนางเจา ฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จเยี่ยมราษฎรที่โรงเรียนบานขุนแปะ ตําบลบานแปะ อําเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม ไดมีราษฎรจากตําบลดอยแกว อําเภอจอมทอง ไปเขาเฝาและขอพระราชทานความชวย เนื่องจากไมมีงานทําหลังจากเลิกเสพยาเสพติด พระองคมีพระราชเสาวนียใหนายสหัส บุญญาวิวัฒน ผูชวยเลขาธิการพระราชวัง ฝายกิจกรรมพิเศษและคณะ ใหดําเนินการจัดตั้งฟารมตัวอยางบานขุนแตะขึ้น และใหจัดจางแรงงานราษฎรยากจน




:: วัตถุประสงค์ ::

1. เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ตามแนวพระราชดำริโดยให้คนอยู่ร่วมกับป่าได้ โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรป่าไม้

2. เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าไปดำเนินงานพัฒนาได้อย่างมีระบบและอยู่ในขอบเขตการพัฒนาป่าไม้อย่างยั่งยืน

3. เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าให้เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สมบูรณ์และเอื้ออำนวยประโยชน์แก่ชุมชนอย่าง ถาวรและยั่งยืน

4. เพื่อวางแผนการพัฒนาการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ป่าไม้โดยไม่ให้เกิดผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม

5. เพื่อ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนที่อาศัยในชุมชนในเขตลุ่มน้ำแม่แจ่มให้ดีขึ้น



:: เป้าหมาย ::

1. ขยายผลการดำเนินงานในรูปแบบของการประสานงานให้หน่วยราชการต่างๆ เข้าไปร่วมพัฒนาพื้นที่ป่าไม้ และให้ชุมชนที่อยู่ในป่ามีส่วนร่วมในการพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ออกไปครอบคลุมพื้นที่ลุ่มน้ำแม่แจ่มและลุ่มน้ำอื่น ๆ ต่อไป

2.สนองพระราชดำริ เรื่อง ป่ารักน้ำของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ให้สามารถเป็นจริงได้ในพื้นที่ลุ่มน้ำทั่วประเทศ

3. ปรับปรุงคุณภาพชีวิตของราษฏรในพื้นที่ป่าไม้ให้สามารถดำรงชีพอยู่ได้ตามควรแก่อัตตภาพ โดยมีส่วนร่วมในการพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ร่วมกัน


ประโยชนที่ราษฎรไดรับ :

 1. ราษฎรมีรายไดเพิ่มจากการรับจางแรงงานภายในโครงการฟารมตัวอยาง 
2. ไดรับความรูทางการเกษตรและปศุสัตวอยางถูกหลักวิชาการ สามารถนําไปประยุกตใชกับการประกอบอาชีพของตนเอง


3. มีแหลงอาหารราคาถูกและปลอดสารพิษบริโภค 
 4. มีแหลงน้ำสําหรับบริโภคและทําการเกษตรอยางเพียงพอ







โครงการพระราชดำริ






วันพุธที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

การสื่อสารข้อมูลสำหรับเครือข่ายคอมพิวเตอร์



การสื่อสารข้อมูลสำหรับเครือข่ายคอมพิวเตอร์



ระบบการสื่อสารสำหรับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ 

หมายถึง การถ่ายโอนข้อมูลโดยการแลกเปลี่ยนจากต้นทางและปลายทาง โดยผ่านอุปกรณ์
การสื่อสารซึ่งเป็นตัวกลางในการถ่ายโอนข้อมูล และควบคุมการไหลของข้อมูล

องค์ประกอบของเครือข่ายคอมพิวเตอร์



1.ข่าวสาร (Message)

ข้อมูลต่างๆที่เราต้องการส่ง เป็นรูปแบบต่างๆ
เช่น ภาพ วีดีโอ ตัวอักษร เป็นต้น












2.ผู้ส่งหรืออุปกรณ์ส่งข้อมูล (Sender)

การที่เราจะส่งข้อความได้ต้องมีผู้ส่ง
และอุปกรณ์ที่เราจะต้องการส่งข้อความ











3.สื่อหรือตัวกลาง (Media)

เป็นสื่อหรือช่องทางในการนำข่าวสาร หรือข้อมูล
ไปส่งที่ปลายทาง





4.ผู้รับหรืออุปกรณ์รับข้อมูล (Receiver)

การต้องการรับข้อมูลจำเป็นอย่างยิ่งที่
ต้องมีตัวรับข้อมูลต่างๆ











สื่อหรือตัวกลางของระบบสื่อสารข้อมูลสำหรับคอมพิวเตอร์

1.สื่อหรือตัวกลางประเภทมีสาย





1.1 สายคู่บิดเกลียว (twisted pair) มี 2 ชนิด คือ

– สายคู่บิดเกลียวไม่มีฉนวนหุ้ม
– สายคู่บิดเกลียวมีฉนวนหุ้ม 










1.2 สายโคแอกเชียล (Coaxial Cable) 

เป็นสื่อกลางที่มีส่วนของสายส่งข้อมูล
เป็นลวดทองแดงอยู่ตรงกลาง หุ้มด้วยพลาสติก ส่วนชั้นนอกหุ้มด้วยโลหะ
หรือฟอยล์ถักเป็นร่างแหเพื่อป้องกันสัญญาณรบกวน







1.3 สายใยแก้วนำแสง (Fiber-optic cable) 

เป็นสื่อกลางที่ใช้ส่งข้อมูล ในรูปแบบของแสง







2.สื่อหรือตัวกลางประเภทไร้สาย



2.1 คลื่นไมโครเวฟ (Microwave) 

เป็นสื่อกลางในการสื่อสารที่มีความเร็วสูง
ส่งข้อมูลโดยอาศัยสัญญาณไมโครเวฟซึ่งเป็นสัญญาณคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
เหมาะกับการส่งข้อมูลในพื้นที่ห่างไกลกันมากๆ หรือพื้นที่ทุรกันดาร








2.2 ดาวเทียม (Satellite) 

ในการส่งสัญญาณดาวเทียมนั้น จะต้องมีสถานี
ภาคพื้นดินคอยทำหน้าที่รับและส่งสัญญาณขึ้นไปบนดาวเทียม




2.3 แอคเซสพอยต์ (Access Point)

หรือ WAP หรือเรียกสั้นๆว่า AP คือ อุปกรณ์ในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ที่ช่วยให้อุปกรณ์ไร้สายสามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายแบบมีสายได้โดยการใช้เทคโนโลยีของแลนไร้สาย หรือ มาตรฐานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง AP มักจะเชื่อมต่อกับเราต์เตอร์ด้วยสายเคเบิล (ผ่านเครือข่าย แบบมีสาย) ซึ่งอาจเป็นอุปกรณ์ แยกต่างหาก หรือเป็นส่วนหนึ่งของเราต์เตอร์นั้น








การสื่อสาร








แหล่งที่มา :

http://www.xn--12co9drbac8a9as5aiidh8isei1npa.com/content/index.php?page=content&type=view&cat=17&id=198

http://www.ldd.go.th/web_kingproject/Project_019.htm





วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เซนต์โยเซฟนครสวรรค์

โครงการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง


เศรษฐกิจพอเพียง :  เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระราชดำริชี้แนะแนวทาง การดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดนานกว่า ๒๕ ปี ตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ และเมื่อภายหลังได้ทรงเน้นย้ำแนวทางการแก้ไขเพื่อให้รอดพ้น และสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์และความ เปลี่ยนแปลงต่างๆ
และ เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดำเนินไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์ ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควร 

ความหมายของเศรษฐกิจพอเพียง จึงประกอบด้วยคุณสมบัติ ดังนี้ 
๑. ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไป โดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่น การผลิตและการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ 
๒. ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้นๆ อย่างรอบคอบ 
๓. ภูมิคุ้มกัน หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น โดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่างๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต

โดยมี เงื่อนไข ของการตัดสินใจและดำเนินกิจกรรมต่างๆ ให้อยู่ในระดับพอเพียง ๒ ประการ  ดังนี้ 
๑. เงื่อนไขความรู้ ประกอบด้วย ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องรอบด้าน ความรอบคอบที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผนและความระมัดระวังในการปฏิบัติ 
๒. เงื่อนไขคุณธรรม ที่จะต้องเสริมสร้าง ประกอบด้วย มีความตระหนักใน คุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต